ที่มา
การปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมทั้งโดยเหตุสุดวิสัย ความประมาท ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และแม้แต่การกระทำผิดกฎหมายโดยเจตนา ไม่ว่าจะเป็นจากการประกอบอุตสาหกรรมที่ไม่ยั่งยืน การกักเก็บสารอันตรายและกากอุตสาหกรรมไม่ถูกวิธี หลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรม การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม หรืออุบัติเหตุจากการขนส่งและจัดการสารอันตราย ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อันนำมาสู่ประเด็นปัญหาทางสุขภาพ ระบบนิเวศ กระทบการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ดังปรากฏเป็นประเด็นในสื่อสารมวลชนแทบจะรายวัน สิ่งที่ตามมาจากการปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมคือการแพร่กระจายของสารอันตรายไปสู่ตัวกลางสิ่งแวดล้อมต่างๆซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม การจัดการและการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตรายเป็นประเด็นค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทยแม้จะมีการปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมมากกว่า 30 ปีแล้ว (โดยอ้างถึงกรณีการปนเปื้อนสารหนูที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช) ก็ยังไม่มีการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนที่เป็นระบบและสำเร็จลุล่วงเกิดขึ้นในประเทศไทย  ปัจจุบันมีหลายกรณีการปนเปื้อนสารอันตรายในประเทศไทยที่ต้องการการฟื้นฟู ยกตัวอย่าง เช่น กรณีมาบตาพุด จ.ระยอง กรณีลำห้วยคลิตี้ จ.กาญจนบุรี กรณีพื้นที่ปลูกข้าว จ.ตาก กรณีลักลอบทิ้งน้ำเสียอุตสาหกรรม จ.ฉะเชิงเทรา กรณีเหมือง จ.เลย และกรณีเหมือง จ.พิจิตร
          ในขณะที่ประชาชนเริ่มมีรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของสารอันตราย และตื่นตัวกับปัญหาการปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ประเทศไทยยังขาดแนวทางที่ชัดเจนและเหมาะสมในการจัดการปัญหาการปนเปื้อนสารอันตรายในสิ่งแวดล้อม (ยังคงไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารอันตราย) ขาดมาตรการบังคับใช้ทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ขาดองค์ความรู้เชิงเทคนิคในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน และขาดประสบการณ์ในการใช้งานเทคโนโลยีการฟื้นฟูในพื้นที่ปนเปื้อนจริง
          หน่วยวิจัย IN3R ก่อตั้งขึ้นภายใต้งบประมาณรายได้คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตามประกาศคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรื่อง แนวทางการให้ทุนสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยวิจัย (Research Unit) (ระยะที่ 1-3) ในปี 2555 โดยมีภารกิจเพื่อทำงานวิจัยสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ทั้งในระดับนโยบาย (Policy research) ระดับการสาธิตการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่จริง (Pilot or field scale demonstration) และระดับการพัฒนางานวิจัยนวัตกรรมในห้องปฏิบัติการ (Innovative laboratory scale research) เพื่อตอบสนองปัญหาทรัพยากรธรรมชาติปนเปื้อนในประเทศไทยและระดับนานาชาติ และสนองความต้องการงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีกลยุทธ์การทำงานวิจัยคือการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานวิจัยผลมีกระทบต่อสังคมคือให้มีการผลักดันการนำงานวิจัยไปใช้แก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่จริง และนำงานวิจัยที่เป็นนวัตกรรมระดับโลกในห้องปฏิบัติการไปเผยแพร่ในวารสารวิชาการที่เป็นที่ยอมรับเพื่อเป็นหน่วยวิจัยแนวหน้าในสาขานี้ในระดับชาติและนานาชาติ

วัตถุประสงค์
1) เพื่อดำเนินการวิจัย ผลิตงานวิจัย และบริการวิชาการด้านการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ทั้งในระดับนโยบาย การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม การสาธิตการใช้งานภาคสนาม จนถึงการดำเนินการบำบัดฟื้นฟูจริงในภาคสนามเพื่อสร้างผลผลิตในรูปแบบของ บทความวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติและระดับชาติ สิทธิบัตรรวมถึงการเผยแพร่ผลงานวิจัยผ่านการประชุมวิชาการ เว๊บไซต์ การจัดอบรมและสัมมนาต่างๆ
2) เพื่อสร้างบัณฑิตปริญญาตรี โท และเอกให้มีความรู้ ความสามารถ และความพร้อมในด้านงานวิจัย ตลอดจนการนำความรู้ ทฤษฏีต่างๆ ไปใช้ในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการพื้นที่ปนเปื้อน
3) เพื่อสร้างเครือข่ายงานวิจัยด้านวิศวกรรมการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน และและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่กับหน่วยงานต่างๆ ในและนอกมหาวิทยาลัย

ทิศทางการพัฒนางานวิจัย
แนวทางงานวิจัยในระยะ 5  ปี เป็นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้งานจริงเพื่อการสร้างความพร้อมให้ประเทศทั้งในระดับระดับนโยบาย ระดับการสาธิตการใช้เทคโนโลยีในพื้นที่จริง และระดับการพัฒนางานวิจัยนวัตกรรมในห้องปฏิบัติการ ใน 2 แกนหลัก (Core) ดังต่อไปนี้
          - การพัฒนานโยบาย กฎหมาย และแนวทางปฏิบัติเพื่อการประเมินและการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนในองค์รวม
          - การพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมในห้องปฏิบัติการ การสำรวจพื้นที่ปนเปื้อน และสาธิตการประเมินความเสี่ยง และการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนที่พบจริงในประเทศไทยโดยเน้นที่กรณี

                            - ดินและน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารอันตรายประเภทสารอินทรีย์ระเหย

                            -พื้นที่เกษตรกรรมปนเปื้อนโลหะหนักและสารอินทรีย์อันตราย

                            -ตะกอนท้องน้ำและลำน้ำปนเปื้อนโลหะหนักและสารอินทรีย์อันตราย

                            -ทรัพยากรธรรมชาติที่เปราะบางและแหล่งผลิตอาหารปนเปื้อนโลหะหนักและสารอินทรีย์อันตราย

                            -การกำจัดแหล่งกำเนิดการปนเปื้อนประเภท Non-aqueous Phase Liquid

                            -การบำบัดสารปนเปื้อนและการนำทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ใหม่ด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี

                            -การใช้อนุภาคนาโนของเหล็กประจุศูนย์และอนุภาคแม่เหล็กเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน

                            -เทคโนโลยีลดผลกระทบต่อสุขภาพจากการปนเปื้อนในระยะสั้น

                            -ธรณีเทคนิคเพื่องานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

                            -นิติวิทยาสิ่งแวดล้อม